Home     Thai Version     English Version  
หน้าแรก ไทย
รับว่าความคดีแพ่ง
รับว่าความคดีอาญา
รับว่าความคดีเยาวชนและครอบครัว
รับจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน (ธุรกิจ)
รับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัท(จำกัด)
รับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด
รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
รับขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน
รับขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (ต่ออายุวีซ่า)
รับขอใบต่างด้าวหรือถิ่นที่อยู่ถาวร
รับขอโอนแปลงสัญชาติต่างด้าวเป็นคนไทย
ขอพิสูจน์สัญชาติคนต่างด้าวเป็นคนไทย
รับติดต่อหน่วยงานทางราชการ
รับทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี
นายหน้าซื้อขายที่ดิน
รับร่างนิติกรรมสัญญา
รับขอส่งเสริมการลงทุน B.O.I
รับเป็นทนายความที่ปรึกษา
ติดต่อเรา


 

 


มัดจำ
(มาตรา 377-378)

มัดจำ คือสิ่งที่ให้ไว้เป็นหลักฐานว่าสัญญานั้นไก้ทำกันขึ้นแล้ว หรือเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา(มาตรา 377) ตามถ้อยคำในมาตรา 377 นี้ แสดงว่าทรัพย์สินที่ให้ไว้เป็นมัดจำต้องให้ไว้ในวันทำสัญญา ทรัพย์สินที่สัญญาว่าจะให้ในวันข้างหน้าไม่ใช่มัดจำ(ดูฎีกาที่ 513/2538,1056/2541)

คำพิพากษาฎีกาที่ 513/2538 ถ้อยคำที่ ป. พ.พ. มาตรา 377 บัญญัติว่า "เมือเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ" แสดงว่า มัดจำต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ให้ไว้ในวันทำสัญญาไม่ใช่ทรัพย์สินที่ให้ไว้ในวันอื่น

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาททำขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2532 ระบุข้อความว่า " ในวันทำสัญญานี้ ผู้จะซื้อได้ชำระเงินสดจำนวน 200,000 บาท และในวันที่ 20 มีนาคม 2532 อีกจำนวน 3,300,000 บาท" เงินจำนวน 200,000 บาทเท่านั้นที่เป็นเงินมัดจำ ส่วนเงินจำนวน 3,300,000 บาทนั้นไม่ใช่เงินมัดจำแต่เป็นเพียงการชำระราคาบางส่วนล่วงหน้าซึ่งจะชำระภายหลังวันทำสัญญาเท่านั้น

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยก็มีสิทธิริบเงินมัดจำจำนวน 200,000 บาท ตามข้อสัญญา ส่วนเงินจำนวน 3,300,000 บาท ซึ่งโจทก์มอบให้จำเลยไว้เป็นค่าที่ดินบางส่วนล่วงหน้า จำเลยมีหน้าที่คืนให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่เวลาที่รับเงิน

คำพิพากษาฎีกาที่ 1056/2541 แม้สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยจะระบุว่าโจทก์มอบบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นค่ามัดจำในการซื้อบ้านและที่ดินของจำเลย แต่เมื่อโจทก์ยังมิได้มอบบ้านดังกล่าวให้แก่จำเลย บ้านและที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่มัดจำ ดังนี้ แม้โจทก์จะผิดสัญญา จำเลยก็ไม่อาจริบบ้านและที่ดินพิพาทได้ อย่างไรก็ตาม การที่โจทก์และจำเลยต่างต้องโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินให้แก่กันนั้นมีลักษณะเป็นสัญญาแลกเปลี่ยนทรัพย์ ซึ่งต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ.มาตรา 518-520 โดยจำเลยอยู่ในฐานะผู้ซื้อบ้านและที่ดินพิพาทเป็นของตนแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระราคาค่าบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์

คำพิพากษาฎีกาที่ ฎีกาที่ 66/2542 เงินตามสัญญาค้ำประกันของธนาคารซึ่งจำเลยใช้เป็นหลักประกันสัญญาจ้างที่โจทก์รับชำระไว้จากธนาคาร ได้มีการระบุไว้ในสัญญาว่าให้ใช้เงินนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติงานรับจ้างของจำเลยตามสัญญา เงินตามหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าว จึงไม่ใช่เงินมัดจำที่โจทก์จะริบได้เมื่อจำเลยผิดสัญญา แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธินำไปหักกับยอดเงินค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าปรับที่ศาลได้กำหนดให้โจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 380 วรรคสอง

ข้อสังเกต เงินตามสัญญาค้ำกันที่ธนาคารส่งมอบให้โจทก์ มิใช่เงินมัดจำ โจทก์ จึงไม่มีสิทธิริบตามมาตรา 378(2) จึงต้องนำหักออกจากค่าปรับที่ศาลกำหนดให้

หน้าถัดไป Next Page

Hompage English
Conducting a civil case service
Conducting a criminal case service
Conducting a Youth-Family case service
Registering a business service [company limited , limited partnership]
Registering Adjusting company limited service
Registering Adjusting limited partnership service
Registering value added tax service
Registering patent and trademark copyright service
Factory License service
Alien work permit service [one year visa]
Alien or permanent habitat identification card service
Transfer Changing the nationality is Thai service
Proving alien nationality is Thai service
Communicating with government sector service
Working accounting and audit service
Land broker
Drafting legal act of contract service
Promoting B.O.I investment service
Lawyer adviser service
Contact Us

 

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

Copyright©2003 Kitti Law Office สำนักงานกฏหมายกิตติทนายความ , All rights reserved.