Home     Thai Version     English Version  
หน้าแรก ไทย
รับว่าความคดีแพ่ง
รับว่าความคดีอาญา
รับว่าความคดีเยาวชนและครอบครัว
รับจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน (ธุรกิจ)
รับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัท(จำกัด)
รับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด
รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
รับขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน
รับขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (ต่ออายุวีซ่า)
รับขอใบต่างด้าวหรือถิ่นที่อยู่ถาวร
รับขอโอนแปลงสัญชาติต่างด้าวเป็นคนไทย
ขอพิสูจน์สัญชาติคนต่างด้าวเป็นคนไทย
รับติดต่อหน่วยงานทางราชการ
รับทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี
นายหน้าซื้อขายที่ดิน
รับร่างนิติกรรมสัญญา
รับขอส่งเสริมการลงทุน B.O.I
รับเป็นทนายความที่ปรึกษา
ติดต่อเรา


 

 

คำแนะนำและรายละเอียดสำหรับการยื่นคำขอ
เพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (ในโควต้าประจำปี)

คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ
  1. ต้องถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนเองถือสัญชาติอยู่ในปัจจุบัน และต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-IMMIGRANT
    VISA) พร้อมกับได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปีมาแล้ว รอบเวลาการพำนักอยู่ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ
  2. เหตุผลในการยื่นคำขอ เช่น
    (1) ขอเข้ามาเพื่อการลงทุน
    (2) ขอเข้ามาเพื่อทำงาน
    (3) ขอเข้ามาเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรม แบ่งเป็น มีความสัมพันธ์กับบุคคลสัญชาติไทย หรือ มีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่แล้ว ได้แก่
    - เป็นสามี – ภรรยา
    - เป็นบิดา – มารดา
    - เป็นบุตรอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ยังไม่สมรส
    (4) ขอเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
    (5) กรณีพิเศษเฉพาะราย
กำหนดวันเปิดรับคำขอ

หลังจากกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี      และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงจะสามารถออกประกาศเปิดรับคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปีได้  และจะสิ้นสุดการเปิดรับคำขอฯ ในวันทำการสุดท้ายของปีนั้น   และเมื่อเปิดรับคำขอแล้ว   คนต่างด้าวจะต้องไปยื่นคำขอด้วยตนเอง  พร้อมเอกสารประกอบตามประเภทการยื่นคำขอ และให้นำหนังสือเดินทางฉบับจริงทุกเล่มมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากรับคำขอแล้ว
  1. เจ้าหน้าที่จะประทับตราอนุญาตให้อยู่รอฟังผลการพิจารณา ครั้งแรก 180 วัน ครั้งต่อไป ครั้งละ 180 วัน จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง
  2. รับใบนัดหมายให้คนต่างด้าว และผู้เกี่ยวข้องมาสัมภาษณ์ โดยจะมีการทดสอบความสามารถพูดภาษาไทย และฟังภาษาไทย เข้าใจได้ ( คนต่างด้าวจะต้องมาตรงตามวันที่นัดหมาย หากไม่มาตามที่นัดหมายโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะถือว่าสละสิทธิ์การยื่นคำขอดังกล่าว )
  3. คนต่างด้าวที่มีอายุกว่าสิบสี่ปี (นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ) จะต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้
    (1) พิมพ์ลายนิ้วมือคนต่างด้าวดังกล่าว ส่งไปตรวจประวัติที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อตรวจสอบว่ามีประวัติกระทำผิดในประเทศไทยหรือไม่
    (2) ตรวจสอบหนังสือเดินทางจากระบบบัญชีเฝ้าดู (BLACK LIST) ว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 หรือไม่
    (3) ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศ (หมายแดง) จากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือไม่
การพิจารณา
  1. พิจารณาโดยคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, สำนักงานอัยการสูงสุด, คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. หลักเกณฑ์การพิจารณาจะคำนึงถึง รายได้ สินทรัพย์ ความรู้ ความสามารถในด้านวิชาชีพ และฐานะในครอบครัวของคนต่างด้าวกับบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย เงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ บุคลิกภาพ สุขภาพ ความเข้าใจภาษาไทย และเงื่อนไขอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายของรัฐบาล
  3. ระยะเวลาในการพิจารณาแต่ละปีมีกำหนดระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย
ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  1. ค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นคำขอ คนละ 7,600 บาท (เจ็ดพันหกร้อยบาทถ้วน) - จะได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม เงินค่าธรรมเนียมจะไม่คืนให้
  2. หากได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ ค่าธรรมเนียมใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ฉบับละ 191,400 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นหนึ่งสี่ร้อยบาทถ้วน) สำหรับคนต่างด้าวที่เป็นคู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ ของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ฉบับละ 95,700 บาท (เก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)

    หมายเหตุ : อัตราค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายได้ ซึ่งหากเปลี่ยนแปลงก็จะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายใหม่กำหนด

หมายเหตุ

- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยโดยระบุรายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้และรับรองการแปล โดยกระทรวงการต่างประเทศ
- เอกสารนี้ใช้เป็นแนวทางการดำเนินการเบื้องต้นเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ในปัจจุบัน

คำเตือน การแสดงเอกสาร หรือ ข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่ฯ
การขอมีถิ่นที่อยู่ กรณีขอเข้ามาเพื่อทำงาน
ู่

  1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9)
  2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล (ใบรับรองสุขภาพ อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทยในประเทศนั้น ๆ หรือ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย (เฉพาะผู้ยื่นคำขอที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป)
  4. สำเนาเอกสารรับรองการเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส หรือ ทะเบียนสมรส, ใบสูติบัตร และ สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศให้ผ่านการรับรองเอกสารเช่นเดียวกับ ข้อ 3. และหากเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทย ให้หน่วยงานนั้น ๆ รับรองสำเนา (เฉพาะในกรณีที่มีครอบครัวยื่นคำขอร่วมด้วย)
  5. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ
  6. สำเนาใบอนุญาตทำงานทุกเล่ม และทุกหน้า (ถ้ามี) และหนังสือรับรองการจ้างจากกิจการที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามในกิจการนั้น
  7. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90) ของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนา โดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ พร้อมใบเสร็จรับเงิน
  8. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ซึ่งรับรองสำเนา โดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมใบเสร็จรับเงิน ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ
  9. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  10. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ
  11. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  12. สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 หรือ ภ.พ. 20
  13. สำเนางบการเงิน(งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 และใบเสร็จรับเงิน จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ
  14. หนังสือธนาคารรับรองการส่งออกสินค้าในรอบ 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ (เฉพาะกิจการที่มีการส่งออกสินค้า)
  15. หนังสือรับรองการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในรอบ 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว (เฉพาะกิจการท่องเที่ยว)
  16. นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือ เอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริมด้วย
  17. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัย และ สถานที่ทำงาน
  18. สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่ม และทุกหน้า)
  19. แบบประวัติบุคคล และแฟ้มระบุรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถพิเศษ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศไทย สถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย พร้อมรูปถ่ายประกอบ (ให้ใช้แฟ้มโชว์เอกสาร ขนาด เอ 4)
  20. เอกสารอื่น ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม
หมายเหตุ

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง
- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท
- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย และรับรองคำแปลโดยระบุรายละเอียด
ของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศ


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่ฯ  กรณีขอเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ

  1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร  (แบบ ตม.9)
  2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล (ใบรับรองสุขภาพ อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชยากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ หรือ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย
  4. สำเนาเอกสารรับรองปารเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส หรือ ทะเบียนสมรส,ใบสูติบัตร ,เอกสารการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศให้ผ่านการรับรองเอกสารเช่นเดียวกับข้อ 3 และหากเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทย ให้หน่วยงานนั้นๆรับรองสำเนา (เฉพาะในกรณีที่มีครอบครัวยื่นคำขอร่วมด้วย)
  5. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสัญชาติไทย พร้อมทั้งนำต้นฉบับไปแสดงด้วย (ถ้ามี)
  6. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ  ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป
  7. หนังสือรับรองการผ่านงาน  หรือ  ประสบการณ์การทำงาน
  8. สำเนาใบอนุญาตการทำงานจากหน่วยงานที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ โดยให้ระบุรายละเอียดการทำงาน รายได้ต่อเดือน
  9. หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่ผุ้ยื่นคำขอทำงานอยู่ โดยให้ระบุรายละเอียดการทำงาน และรายได้ต่อเดือน
  10. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 90 ) ของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร จำนวน 3 ปี  จนถึงปีที่ยื่นคำขอ พร้อมใบเสร็จ
  11. สำเนาเอกสารการรับเงินรายได้ต่อเดือนจากหน่วยงานที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่  ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ (ถ้ามี)
  12. หนังสือสนับสนุนจากส่วนราชการ  หรือ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง
  13. หนังสือรับรองจากธนาคาร  พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากประจำของผู้ยื่นคำขอ
  14. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัย และสถานที่ทำงาน
  15. สำเนาหนังสทอเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่ม และทุกหน้า)
  16. แบบประวัติบุคคล  และแฟ้มระบุรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถพิเศษ  การบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศไทย สถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย  พร้อมรูปถ่ายประกอบ (ให้ใช้แฟ้มโชว์เอกสาร ขนาด เอ 4 )
  17. เอกสารอื่นๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม

หมายเหตุ   -   เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว  ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง
                   -   เอกสารใดที่เป็นเอกสารนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคล
                       นั้นพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท
                  -   เอกสารใดเป็นต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย และรับรองคำแปลโดยระบุ
                       รายละเอียดของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้  และผ่านการรับรองการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศ

 


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่
การขอมีถิ่นที่อยู่ กรณีเพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของ
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
(สามี-ภรรยา, บิดา-มารดา หรือ บุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยังไม่สมรส)

  1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9)
  2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล (ใบรับรองสุขภาพ อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทยในประเทศนั้น ๆ หรือ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย (เฉพาะผู้ยื่นคำขอที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป)
  4. สำเนาเอกสารรับรองการเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส หรือ ทะเบียนสมรส, ใบสูติบัตร, สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศให้ผ่านการรับรองเอกสารเช่นเดียวกับ ข้อ 3. และหากเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทย ให้หน่วยงานนั้น ๆ รับรองสำเนา
  5. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่, ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว, หนังสือเดินทาง และสำเนาทะเบียนบ้านในประเทศไทยทุกหน้าที่มีรายการ ของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว พร้อมทั้งนำต้นฉบับไปแสดงด้วย
  6. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ หรือ หนังสือรับรองว่าผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาอยู่แล้วแต่กรณี
  7. สำเนาใบอนุญาตทำงานทุกเล่ม และทุกหน้า (ถ้ามี) และหนังสือรับรองการจ้างจากกิจการที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามในกิจการนั้น
  8. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90) ของผู้ให้ความอุปการะ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ พร้อมใบเสร็จรับเงิน
  9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ของผู้ให้ความอุปการะ ซึ่งรับรองสำเนา โดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมใบเสร็จรับเงิน ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ
  10. หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และ มีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  11. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ จำนวน 3 ปีก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ
  12. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ฉบับคัดสำเนาจากกระทรวงพาณิชย์ และมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ) และหากผู้ยื่นคำขอถือหุ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้นำสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นย้อนหลัง 3 ปี มาแสดงด้วย
  13. สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 หรือ ภ.พ. 20
  14. สำเนางบการเงิน(งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 และใบเสร็จรับเงินของปีก่อนที่ยื่นคำขอ (กรณีเป็นส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ ไม่ต้องนำมาแสดง)
  15. นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือเอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริมด้วย
  16. หนังสือรับรองจากธนาคาร พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากประจำของผู้ให้ความอุปการะ
  17. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัย และ สถานที่ทำงาน
  18. สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่ม และทุกหน้า)
  19. แบบประวัติบุคคล และแฟ้มระบุรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถพิเศษ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศไทย สถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย พร้อมรูปถ่ายประกอบ (ให้ใช้แฟ้มโชว์เอกสาร ขนาด เอ 4)
  20. เอกสารอื่น ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม
หมายเหตุ

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง
- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท
- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย และรับรองคำแปลโดยระบุรายละเอียด
ของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศ


เอกสารประกอบการขอมีถิ่นที่อยู่
การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร กรณีเพื่อให้ความอุปการะ
หรืออยู่ในความอุปการะของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
(สามี-ภรรยา, บิดา-มารดา หรือ บุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยังไม่สมรส)

  1. แบบคำขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (แบบ ตม.9)
  2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล (ใบรับรองสุขภาพ อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจนถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  3. หนังสือรับรองว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา โดยผ่านการรับรองจากกงสุลไทยในประเทศนั้น ๆ หรือ ผ่านการรับรองจากกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย (เฉพาะผู้ยื่นคำขอที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป)
  4. สำเนาเอกสารรับรองการเป็นครอบครัว ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส หรือ ทะเบียนสมรส, ใบสูติบัตร, เอกสารการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเอกสารต่างประเทศ ให้ผ่านการรับรองเอกสารเช่นเดียวกับ ข้อ 3. และหากเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทย ให้หน่วยงานนั้น ๆ รับรองสำเนา
  5. สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสัญชาติไทย พร้อมทั้งนำต้นฉบับไปแสดงด้วย
  6. สำเนาเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ หรือ หนังสือรับรองว่าผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาอยู่แล้วแต่กรณี
  7. สำเนาใบอนุญาตทำงานทุกเล่ม และทุกหน้า (ถ้ามี) และหนังสือรับรองการจ้างจากกิจการที่ผู้ให้ความอุปการะทำงานอยู่ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามในกิจการนั้น
  8. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90) ของผู้ให้ความอุปการะ ซึ่งรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ของสรรพากร จำนวน 3 ปีก่อนหน้าปีที่ยื่นคำขอ พร้อมใบเสร็จรับเงิน
  9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ของผู้ให้ความอุปการะ ซึ่งรับรองสำเนา โดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมใบเสร็จรับเงิน ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก่อนหน้าที่ยื่นคำขอ
  10. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้ให้ความอุปการะ (มีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  11. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่ผู้ให้ความอุปการะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ด้วย (ถ้ามี และมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
  12. สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภ.พ.01, ภ.พ.09 หรือ ภ.พ. 20
  13. สำเนางบการเงิน(งบดุล งบกำไรขาดทุน) พร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 และใบเสร็จรับเงินของปีก่อนที่ยื่นคำขอ (กรณีเป็นส่วนราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ ไม่ต้องนำมาแสดง)
  14. นิติบุคคลใด ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ให้สำเนาบัตรส่งเสริม หรือ เอกสารที่แสดงว่าได้รับการส่งเสริมด้วย
  15. หนังสือรับรองจากธนาคาร พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากประจำของผู้ให้ความอุปการะ
  16. แผนที่แสดงสถานที่พำนักอาศัย และ สถานที่ทำงาน
  17. สำเนาหนังสือเดินทางที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ทุกเล่ม และทุกหน้า)
  18. แบบประวัติบุคคล และแฟ้มระบุรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถพิเศษ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศไทย สถานที่ทำงาน ที่พักอาศัย พร้อมรูปถ่ายประกอบ (ให้ใช้แฟ้มโชว์เอกสาร ขนาด เอ 4)
  19. เอกสารอื่น ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติม
หมายเหตุ

- เอกสารใดเป็นเอกสารส่วนตัว ให้คนต่างด้าวรับรองสำเนาเอง
- เอกสารใดเป็นเอกสารของนิติบุคคล ให้รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามในนิติบุคคลนั้น พร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท
- เอกสารใดเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย และรับรองคำแปลโดยระบุรายละเอียด
ของผู้แปลที่สามารถตรวจสอบได้ และผ่านการรับรองการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศ

หน้าถัดไป Next Page

Hompage English
Conducting a civil case service
Conducting a criminal case service
Conducting a Youth-Family case service
Registering a business service [company limited , limited partnership]
Registering Adjusting company limited service
Registering Adjusting limited partnership service
Registering value added tax service
Registering patent and trademark copyright service
Factory License service
Alien work permit service [one year visa]
Alien or permanent habitat identification card service
Transfer Changing the nationality is Thai service
Proving alien nationality is Thai service
Communicating with government sector service
Working accounting and audit service
Land broker
Drafting legal act of contract service
Promoting B.O.I investment service
Lawyer adviser service
Contact Us

 

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

Copyright©2003 Kitti Law Office สำนักงานกฏหมายกิตติทนายความ , All rights reserved.